พืชเศรษฐกิจภาคใต้ของประเทศไทย มีอะไรบ้าง? เลือกปลูกอย่างไรให้เหมาะกับพื้นที่และตลาด

/
/
พืชเศรษฐกิจภาคใต้ของประเทศไทย มีอะไรบ้าง? เลือกปลูกอย่างไรให้เหมาะกับพื้นที่และตลาด
สวนทรัพย์โอภาส (sapopas)

ภาคใต้ของประเทศไทยเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญที่มีทั้งฝนตกชุก อากาศร้อนชื้น ชายฝั่งทะเล ภูเขา และพื้นที่ราบลุ่ม สภาพที่หลากหลายทำให้สามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้หลายชนิด ตั้งแต่ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน มังคุด ลองกอง กาแฟโรบัสตา มะพร้าว ไปจนถึงสะตอ หมาก และพืชท้องถิ่นอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม คำว่า “พืชเศรษฐกิจ” ไม่ได้หมายถึงพืชที่มีราคาสูงเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงพืชที่สามารถผลิตเพื่อจำหน่าย สร้างรายได้ และมีระบบตลาดรองรับในระดับครัวเรือน ชุมชน อุตสาหกรรม หรือการส่งออก

ผู้ที่กำลังเลือกพืชสำหรับที่ดินภาคใต้จึงไม่ควรตัดสินใจจากราคาผลผลิตในปีเดียว แต่ควรพิจารณาพร้อมกันทั้งสภาพดิน ปริมาณน้ำฝน การระบายน้ำ แรงงาน เงินลงทุน ระยะเวลารอผลผลิต ตลาดรับซื้อ และความเสี่ยงด้านโรคหรือสภาพอากาศ

สรุป: พืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ กาแฟโรบัสตา มะพร้าว หมาก และสะตอ โดยพืชที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามจังหวัด สภาพดิน น้ำ ความลาดชัน เงินลงทุน และตลาดในพื้นที่

หัวข้อ

พืชเศรษฐกิจคืออะไร?

พืชเศรษฐกิจ คือ พืชที่ปลูกเพื่อสร้างรายได้ โดยอาจขายเป็นผลผลิตสด วัตถุดิบสำหรับโรงงาน สินค้าแปรรูป หรือสินค้าเพื่อการส่งออก

พืชชนิดหนึ่งจะมีศักยภาพทางเศรษฐกิจได้ดีเมื่อมีองค์ประกอบสำคัญ เช่น

  • มีสภาพพื้นที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต
  • มีผลผลิตในปริมาณและคุณภาพที่ตลาดต้องการ
  • มีผู้รับซื้อหรือช่องทางจำหน่าย
  • มีระบบขนส่งที่เหมาะสม
  • มีแรงงานหรือเครื่องจักรรองรับ
  • มีต้นทุนการผลิตไม่สูงเกินรายได้
  • สามารถจัดการความเสี่ยงเรื่องโรคและสภาพอากาศ
  • มีโอกาสแปรรูปหรือเพิ่มมูลค่า

ดังนั้น พืชที่มีราคาสูงในตลาดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นพืชที่คุ้มค่าสำหรับทุกแปลงเสมอไป


พืชเศรษฐกิจภาคใต้ที่สำคัญ

1. ยางพารา

ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่อยู่คู่กับภาคใต้มายาวนาน และเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น ยางรถยนต์ ถุงมือยาง ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพารา

ภาคใต้เป็นฐานการผลิตยางพาราหลักของประเทศไทย เนื่องจากมีอากาศร้อนชื้นและฝนค่อนข้างสม่ำเสมอ การยางแห่งประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคใต้ในฐานะพื้นที่ปลูกยางเดิมและฐานอุตสาหกรรมยางของประเทศ

จังหวัดที่พบการปลูกยางพารามาก

  • นครศรีธรรมราช
  • สงขลา
  • ตรัง
  • พัทลุง
  • ยะลา
  • นราธิวาส
  • ปัตตานี
  • สุราษฎร์ธานี
  • กระบี่
  • สตูล
  • พังงา

จุดเด่นของยางพารา

  • มีระบบตลาดและโรงงานแปรรูปในภาคใต้
  • สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องในช่วงเปิดกรีด
  • ไม้ยางเมื่อโค่นสามารถจำหน่ายได้
  • สามารถปลูกพืชร่วมในช่วงก่อนเปิดกรีดหรือในระบบที่เหมาะสม
  • มีองค์ความรู้และแรงงานในพื้นที่จำนวนมาก

ข้อจำกัด

  • ต้องรอหลายปีก่อนเปิดกรีด
  • รายได้ขึ้นอยู่กับราคายางและจำนวนวันกรีด
  • ฝนตกต่อเนื่องทำให้กรีดยางไม่ได้
  • ต้องใช้แรงงานที่มีทักษะ
  • สวนเก่าอาจมีต้นสูง ผลผลิตต่ำ หรือถึงช่วงต้องปลูกแทน
  • มีความเสี่ยงจากโรคใบร่วงและโรคอื่น ๆ

เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่มีพื้นที่ระบายน้ำดี สามารถรอผลผลิตระยะยาวได้ และมีแรงงานกรีดหรือระบบจัดการสวนที่ต่อเนื่อง

2. ปาล์มน้ำมัน

ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนบนและฝั่งอันดามัน ผลผลิตทะลายปาล์มถูกนำเข้าสู่โรงงานสกัดเพื่อผลิตน้ำมันปาล์มสำหรับอาหาร อุตสาหกรรม และพลังงาน

ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2569 ระบุว่า พื้นที่ปาล์มน้ำมันบางส่วนที่ขยายตัวในช่วงก่อนหน้าเริ่มให้ผลผลิต และปริมาณฝนที่เหมาะสมช่วยให้ต้นปาล์มสมบูรณ์และมีน้ำหนักทะลายดีขึ้น

จังหวัดที่ปลูกปาล์มน้ำมันสำคัญ

  • กระบี่
  • สุราษฎร์ธานี
  • ชุมพร
  • นครศรีธรรมราช
  • พังงา
  • ตรัง
  • สตูล
  • ระนอง

จุดเด่นของปาล์มน้ำมัน

  • ให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ตลอดปี
  • มีลานเทและโรงงานสกัดในหลายพื้นที่
  • เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น
  • เมื่อเข้าสู่ช่วงให้ผลเต็มที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ
  • สามารถจัดการเป็นสวนขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ได้
  • มีวัสดุเหลือใช้จากทางใบและทะลายที่นำกลับมาจัดการในสวนได้

ข้อจำกัด

  • ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่เหมาะกับพื้นที่น้ำท่วมขังนาน
  • ต้องใส่ปุ๋ยตามความต้องการของต้นและผลวิเคราะห์ดิน
  • ต้องตัดผลผลิตตามรอบ ไม่ควรปล่อยทะลายสุกเกินไป
  • ต้นทุนเก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้นเมื่อต้นสูง
  • ระยะทางถึงลานเทมีผลต่อค่าขนและคุณภาพผลผลิต
  • ราคาผลปาล์มมีความผันผวน

เหมาะกับพื้นที่แบบใด?

เหมาะกับพื้นที่ราบหรือเนินเล็กน้อย มีหน้าดินลึก ระบายน้ำได้ แต่ไม่ขาดน้ำเป็นเวลานาน และมีถนนที่รถขนผลผลิตเข้าถึงได้

3. ทุเรียน

ทุเรียนเป็นไม้ผลมูลค่าสูงที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา และจังหวัดใกล้เคียง

รายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาสแรกปี 2569 ระบุว่า ราคาทุเรียนที่อยู่ในระดับจูงใจต่อเนื่องหลายปีส่งผลให้เกษตรกรภาคใต้ขยายพื้นที่ปลูก โดยบางส่วนปรับเปลี่ยนจากกาแฟ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ผลชนิดอื่น

สำหรับจังหวัดชุมพร ข้อมูลระดับจังหวัดระบุว่าทุเรียนกลายเป็นสินค้าเกษตรสำคัญอันดับต้น ๆ และมีแนวโน้มขยายพื้นที่จากสวนยางและสวนผลไม้เดิม

จังหวัดที่มีศักยภาพด้านทุเรียน

  • ชุมพร
  • สุราษฎร์ธานี
  • นครศรีธรรมราช
  • ยะลา
  • นราธิวาส
  • ระนอง
  • พังงา
  • กระบี่
  • ตรัง

จุดเด่นของทุเรียน

  • มีมูลค่าต่อหน่วยสูง
  • มีตลาดทั้งในประเทศและส่งออก
  • สามารถพัฒนาคุณภาพด้วยมาตรฐาน GAP
  • มีโอกาสขายผลสด แปรรูป หรือทำตลาดเฉพาะ
  • หากจัดการสวนดีสามารถสร้างรายได้สูงต่อพื้นที่

ข้อจำกัด

  • ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นสูง
  • ต้องมีระบบน้ำที่เพียงพอ
  • ต้องการความรู้เรื่องการตัดแต่ง การทำดอก การจัดการผล และธาตุอาหาร
  • อ่อนไหวต่อโรครากเน่าและโคนเน่า
  • ลมแรงและพายุอาจทำให้กิ่งหักหรือลูกหล่น
  • ต้องรอหลายปีก่อนมีรายได้
  • หากผลผลิตออกพร้อมกันจำนวนมากอาจเกิดแรงกดดันด้านราคาและแรงงาน

ข้อควรระวังก่อนเปลี่ยนสวนเป็นทุเรียน

ไม่ควรโค่นยางหรือปาล์มเพื่อปลูกทุเรียนเพียงเพราะราคาปัจจุบันสูง ควรตรวจอย่างน้อยว่า

  • มีน้ำเพียงพอตลอดหน้าแล้งหรือไม่
  • ดินระบายน้ำได้หรือไม่
  • พื้นที่เสี่ยงลมหรือพายุเพียงใด
  • มีเงินทุนดูแลก่อนให้ผลหรือไม่
  • มีแรงงานและความรู้ด้านไม้ผลหรือไม่
  • มีตลาดหรือผู้รับซื้อที่เชื่อถือได้หรือไม่

4. มังคุด

มังคุดเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มักปลูกร่วมกับทุเรียน เงาะ และลองกองในสวนผลไม้ภาคใต้ มีตลาดทั้งบริโภคสดและส่งออก

แหล่งปลูกที่สำคัญ

  • นครศรีธรรมราช
  • ชุมพร
  • สุราษฎร์ธานี
  • ระนอง
  • พังงา
  • กระบี่
  • ตรัง
  • ยะลา
  • นราธิวาส

จุดเด่น

  • เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น
  • สามารถปลูกในสวนผสม
  • ผลผลิตคุณภาพดีมีตลาดรองรับ
  • เป็นผลไม้ที่ผู้บริโภครู้จักกว้างขวาง
  • สามารถสร้างรายได้เสริมร่วมกับไม้ผลชนิดอื่น

ข้อจำกัด

  • ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเริ่มให้ผล
  • การออกดอกขึ้นกับสภาพอากาศและการจัดการน้ำ
  • ผลผลิตอาจกระจุกตัวในช่วงเดียวกัน
  • ผิวผลและคุณภาพมีผลต่อราคาอย่างมาก
  • ต้องระวังปัญหาเนื้อแก้ว ยางไหล และผลตกเกรด

มังคุดจึงเหมาะกับเกษตรกรที่ต้องการสร้างสวนไม้ผลระยะยาวและไม่พึ่งพารายได้จากพืชชนิดเดียว

5. ลองกอง

ลองกองเป็นผลไม้สำคัญของภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และสามารถจำหน่ายได้ทั้งในตลาดท้องถิ่นและต่างจังหวัด

จังหวัดที่พบการปลูกมาก

  • นราธิวาส
  • ยะลา
  • ปัตตานี
  • สงขลา
  • นครศรีธรรมราช
  • สุราษฎร์ธานี

จุดเด่น

  • เหมาะกับสภาพอากาศชื้น
  • ปลูกในระบบสวนผสมได้
  • มีชื่อเสียงในฐานะผลไม้ภาคใต้
  • ต้นที่สมบูรณ์สามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องหลายปี
  • มีโอกาสทำตลาดด้านอัตลักษณ์ของพื้นที่

ข้อจำกัด

  • ผลผลิตมีฤดูกาล
  • ราคามักลดลงเมื่อออกสู่ตลาดพร้อมกันมาก
  • ต้องจัดการทรงพุ่มและธาตุอาหาร
  • คุณภาพช่อและผิวผลมีผลต่อราคา
  • เก็บรักษาได้ไม่นานเท่าพืชบางชนิด
  • การขนส่งต้องระมัดระวัง

การรวมกลุ่มคัดเกรด บรรจุ และกระจายตลาดมีความสำคัญมากสำหรับลองกอง

6. เงาะ

เงาะเป็นไม้ผลเขตร้อนที่ปลูกในภาคใต้ได้ดี โดยมักพบในสวนไม้ผลผสมร่วมกับทุเรียน มังคุด และลองกอง

จุดเด่น

  • เริ่มให้ผลเร็วกว่าพืชไม้ผลบางชนิด
  • ผู้บริโภครู้จักกว้างขวาง
  • มีพันธุ์การค้าที่เป็นที่ต้องการ
  • สามารถปลูกในสวนผสมได้
  • ให้ร่มเงาและช่วยเพิ่มความหลากหลายในสวน

ข้อจำกัด

  • ราคาผันผวนตามปริมาณผลผลิต
  • ผลสดเก็บได้ไม่นาน
  • สีและความสดของขนมีผลต่อราคา
  • ต้องใช้แรงงานเก็บเกี่ยวและคัดคุณภาพ
  • หากขาดน้ำช่วงสำคัญอาจกระทบการออกดอกและคุณภาพผล

เงาะเหมาะกับพื้นที่ที่มีตลาดรับซื้อใกล้สวน หรือมีระบบรวบรวมและขนส่งผลผลิตที่รวดเร็ว

7. กาแฟโรบัสตา

กาแฟโรบัสตาเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีประวัติการปลูกมายาวนานในภาคใต้ โดยเฉพาะชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และกระบี่

งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรระบุว่า พื้นที่การค้าของกาแฟโรบัสตาในภาคใต้พบมากในชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และระนอง และมีการศึกษาแนวทางปลูกกาแฟร่วมกับยางพารา ทุเรียน ลองกอง และมะพร้าวในภาคใต้ตอนล่าง

จุดเด่น

  • เหมาะกับอากาศร้อนชื้นของภาคใต้
  • สามารถปลูกเป็นพืชร่วมในบางระบบ
  • มีโอกาสเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป
  • ตลาดกาแฟในประเทศมีความหลากหลาย
  • สามารถสร้างแบรนด์กาแฟชุมชนหรือกาแฟเฉพาะพื้นที่ได้

ข้อจำกัด

  • คุณภาพขึ้นกับการเก็บเฉพาะผลสุกและการแปรรูปหลังเก็บเกี่ยว
  • ต้องใช้แรงงานเก็บผล
  • หากขายเป็นผลสดหรือกาแฟสารทั่วไปอาจมีอำนาจต่อรองไม่สูง
  • ต้องตัดแต่งกิ่งและจัดทรงต้น
  • ความชื้นสูงอาจกระทบการตากและการเก็บรักษา

โอกาสของกาแฟภาคใต้

โอกาสสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มพื้นที่อย่างเดียว แต่รวมถึง

  • การเก็บผลสุก
  • การแปรรูปแบบแห้งหรือเปียก
  • การพัฒนาคุณภาพกาแฟสาร
  • การคั่วและสร้างแบรนด์
  • การท่องเที่ยวเชิงเกษตร
  • การปลูกกาแฟร่วมในสวนเดิมอย่างเหมาะสม

8. มะพร้าว

มะพร้าวเป็นพืชที่มีบทบาททั้งด้านอาหาร เครื่องดื่ม อุตสาหกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่น สามารถใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่น้ำ เนื้อ กะลา เปลือก ใบ และลำต้น

พื้นที่ที่พบการปลูก

  • ชุมพร
  • สุราษฎร์ธานี
  • นครศรีธรรมราช
  • ประจวบคีรีขันธ์ในพื้นที่รอยต่อภาคใต้
  • พังงา
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • นราธิวาส

ผลผลิตที่สร้างรายได้

  • มะพร้าวผลแก่
  • มะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่เหมาะสม
  • กะทิ
  • น้ำมันมะพร้าว
  • มะพร้าวอบแห้ง
  • น้ำตาลมะพร้าว
  • ผลิตภัณฑ์จากกะลาและเส้นใย

จุดเด่น

  • ใช้ประโยชน์ได้หลายส่วน
  • ทนสภาพพื้นที่ชายฝั่งได้ดีกว่าพืชบางชนิด
  • มีโอกาสแปรรูปสูง
  • ปลูกผสมกับพืชชนิดอื่นได้ในระบบที่เหมาะสม
  • เป็นพืชระยะยาว

ข้อจำกัด

  • ต้องระวังด้วงแรด ด้วงงวง และศัตรูสำคัญ
  • ราคาผลผลิตแตกต่างตามประเภทและตลาด
  • ต้นสูงทำให้เก็บเกี่ยวยาก
  • ต้องคัดพันธุ์ให้ตรงกับตลาด
  • การปลูกใกล้ทะเลยังต้องพิจารณาน้ำเค็มและลมแรง

9. หมาก

หมากเป็นพืชเศรษฐกิจที่พบได้ในสวนผสมและบริเวณบ้านของเกษตรกรภาคใต้ ตลาดมีทั้งการใช้ภายในประเทศและส่งออกในบางช่วง

จุดเด่น

  • ใช้พื้นที่แนวตั้ง
  • ปลูกแซมในระบบสวนผสมได้
  • ดูแลไม่ซับซ้อนเท่าไม้ผลบางชนิด
  • ผลผลิตสามารถจำหน่ายเป็นหมากสดหรือหมากแห้ง
  • มีผู้รวบรวมในบางพื้นที่

ข้อจำกัด

  • ราคาขึ้นลงตามตลาด
  • ต้นสูงและเก็บเกี่ยวยาก
  • ต้องมีแรงงานปีนหรือตัด
  • หากปลูกหนาแน่นเกินไปอาจแข่งขันแสง น้ำ และธาตุอาหารกับพืชหลัก
  • ต้องตรวจตลาดก่อนขยายพื้นที่จำนวนมาก

หมากเหมาะเป็นรายได้เสริมมากกว่าการตัดสินใจปลูกเชิงเดี่ยวโดยไม่ได้ศึกษาตลาด

10. สะตอ

สะตอเป็นพืชอาหารและพืชท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมอาหารภาคใต้ มีตลาดทั้งฝักสด เมล็ด และผลิตภัณฑ์แปรรูป

จุดเด่น

  • เป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์ของภาคใต้
  • มีความต้องการในตลาดภาคใต้และเมืองใหญ่
  • ต้นมีอายุยาว
  • สามารถปลูกเป็นส่วนหนึ่งของสวนผสม
  • มีโอกาสจำหน่ายตรงและแปรรูป

ข้อจำกัด

  • ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะให้ผล
  • ต้นสูงทำให้เก็บเกี่ยวยาก
  • ผลผลิตมีฤดูกาล
  • คุณภาพฝักและความแก่มีผลต่อราคา
  • การขยายพันธุ์และคัดเลือกต้นมีผลต่อคุณภาพผลผลิต

สะตอจึงเหมาะกับสวนที่วางแผนระยะยาว และต้องการเพิ่มความหลากหลายมากกว่าพึ่งรายได้จากพืชชนิดเดียว

ตารางเปรียบเทียบพืชเศรษฐกิจภาคใต้

พืชระยะเริ่มให้ผลโดยทั่วไปเงินลงทุนความต้องการน้ำลักษณะรายได้ความเสี่ยงสำคัญ
ยางพาราหลายปีปานกลางปานกลางรายได้จากการกรีดราคายาง ฝน แรงงาน โรคใบ
ปาล์มน้ำมันประมาณ 3 ปีขึ้นไปปานกลาง–สูงสูงและสม่ำเสมอเก็บได้ตลอดปีปุ๋ย น้ำ ราคา ค่าขน
ทุเรียนหลายปีสูงสูง ต้องมีระบบน้ำรายได้ตามฤดูกาล มูลค่าสูงโรครากเน่า ลม ตลาด
มังคุดหลายปีปานกลาง–สูงสม่ำเสมอรายได้ตามฤดูกาลคุณภาพผล ผลผลิตกระจุกตัว
ลองกองหลายปีปานกลางค่อนข้างสูงรายได้ตามฤดูกาลราคาตกช่วงผลผลิตมาก
เงาะหลายปีปานกลางสม่ำเสมอรายได้ตามฤดูกาลอายุเก็บสั้นและราคาผันผวน
กาแฟโรบัสตาประมาณ 3–4 ปีปานกลางปานกลางปีละครั้งและแปรรูปได้แรงงาน คุณภาพหลังเก็บ
มะพร้าวหลายปีปานกลางปานกลางเก็บได้หลายรอบศัตรูพืช ต้นสูง ราคา
หมากหลายปีต่ำ–ปานกลางปานกลางหลายรอบตามฤดูกาลตลาดและแรงงานเก็บ
สะตอหลายปีต่ำ–ปานกลางปานกลางรายได้ตามฤดูกาลต้นสูงและรอผลนาน

ระยะเวลาเริ่มให้ผลอาจแตกต่างตามพันธุ์ สภาพพื้นที่ คุณภาพต้นกล้า และการดูแล จึงไม่ควรใช้ตารางนี้เป็นการรับประกันผลผลิต

พืชเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่ของภาคใต้

ภาคใต้ตอนบน

จังหวัดในกลุ่มนี้ เช่น ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และระนอง มีทั้งพื้นที่ราบ เนินเขา และพื้นที่ฝนชุก

พืชที่พบมากหรือมีศักยภาพ ได้แก่

  • ปาล์มน้ำมัน
  • ยางพารา
  • ทุเรียน
  • มังคุด
  • กาแฟโรบัสตา
  • มะพร้าว
  • หมาก
  • ผลไม้ผสม

งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรในภาคใต้ตอนบนแสดงตัวอย่างระบบปลูกพืชร่วมหลายรูปแบบ เช่น ปาล์มน้ำมันร่วมกับลองกอง กาแฟ หรือทุเรียน และยางพาราร่วมกับหมาก กาแฟ ข่า หรือผักเหลียง แสดงให้เห็นว่าการจัดระบบสวนผสมเป็นทางเลือกที่มีการศึกษาในพื้นที่จริง

ภาคใต้ฝั่งอันดามัน

ประกอบด้วยจังหวัด เช่น ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล มีทั้งพื้นที่ฝนชุก ชายฝั่ง ที่ราบ และเนินเขา

พืชที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ปาล์มน้ำมัน
  • ยางพารา
  • มะพร้าว
  • ทุเรียน
  • มังคุด
  • กาแฟ
  • มะม่วงหิมพานต์ในบางพื้นที่

จังหวัดพังงามีพื้นที่เกษตรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไม้ผลและไม้ยืนต้น สะท้อนลักษณะการใช้ที่ดินที่ต่างจากพื้นที่นาขนาดใหญ่ในภูมิภาคอื่น

ภาคใต้ตอนล่าง

ประกอบด้วยพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง

พืชสำคัญ ได้แก่

  • ยางพารา
  • ปาล์มน้ำมัน
  • ลองกอง
  • ทุเรียน
  • มังคุด
  • เงาะ
  • ข้าวในพื้นที่ลุ่ม
  • มะพร้าว
  • สะตอ
  • กาแฟโรบัสตาในระบบทดลองหรือพื้นที่เหมาะสม

พื้นที่ตอนล่างมีโอกาสพัฒนาทั้งสวนไม้ผล สวนยาง ระบบเกษตรผสมผสาน และสินค้าที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น


เลือกพืชเศรษฐกิจอย่างไรให้เหมาะกับที่ดิน?

1. ตรวจดินก่อนเลือกพืช

ควรเก็บตัวอย่างดินจากหลายจุดเพื่อตรวจอย่างน้อย

  • ค่าความเป็นกรด–ด่าง
  • อินทรียวัตถุ
  • ฟอสฟอรัส
  • โพแทสเซียม
  • แมกนีเซียม
  • ความเค็ม
  • เนื้อดิน
  • ความลึกของหน้าดิน
  • การระบายน้ำ

ตัวอย่างเช่น ที่ดินที่ระบายน้ำไม่ดีอาจไม่เหมาะกับทุเรียน แม้พื้นที่ข้างเคียงจะปลูกทุเรียนได้ ส่วนปาล์มน้ำมันต้องการน้ำมาก แต่ก็ไม่ควรมีน้ำขังต่อเนื่อง

2. ตรวจปริมาณน้ำในหน้าแล้ง

อย่าดูเฉพาะช่วงฤดูฝน ควรถามว่า

  • มีน้ำใช้ตลอดปีหรือไม่
  • บ่อน้ำลึกเท่าไร
  • คลองแห้งช่วงใด
  • สามารถสูบน้ำได้หรือไม่
  • มีไฟฟ้าหรือพลังงานสำหรับระบบน้ำหรือไม่
  • ต้องลงทุนทำสระหรือขุดบ่อเพิ่มหรือไม่
  • น้ำมีความเค็มหรือคุณภาพเหมาะสมหรือไม่

ทุเรียนและไม้ผลมูลค่าสูงอาจเสียหายรุนแรงหากไม่มีน้ำในช่วงสำคัญ

3. ตรวจประวัติน้ำท่วม

พื้นที่ภาคใต้หลายแห่งมีฝนตกหนักในช่วงสั้น ผู้ซื้อหรือเจ้าของที่ดินควรตรวจว่า

  • เคยน้ำท่วมสูงเท่าไร
  • น้ำขังนานกี่วัน
  • มีทางระบายน้ำออกหรือไม่
  • ระดับสวนต่ำกว่าถนนหรือที่ข้างเคียงหรือไม่
  • ต้องยกร่องหรือขุดร่องระบายน้ำหรือไม่
  • พื้นที่ลุ่มเหมาะกับพืชชนิดอื่นมากกว่าหรือไม่

4. ประเมินทางเข้าและค่าขนส่ง

พืชแต่ละชนิดต้องการระบบขนส่งต่างกัน

ปาล์มน้ำมันต้องขนผลผลิตออกจากสวนตามรอบ ทุเรียนและผลไม้สดต้องขนอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง ส่วนยางพาราต้องเข้าถึงจุดรวบรวมหรือโรงงาน

ควรตรวจว่า

  • รถบรรทุกเข้าได้หรือไม่
  • ถนนใช้ได้ทุกฤดูหรือไม่
  • สะพานรับน้ำหนักได้หรือไม่
  • ห่างจากลานเท โรงงาน หรือตลาดเท่าไร
  • ค่าขนต่อเที่ยวหรือราคาต่อกิโลกรัมเท่าไร

5. ประเมินแรงงาน

ก่อนปลูกควรถามว่าในพื้นที่มีแรงงานสำหรับกิจกรรมต่อไปนี้หรือไม่

  • กรีดยาง
  • ตัดปาล์ม
  • เก็บกาแฟ
  • โยงกิ่งและเก็บทุเรียน
  • ตัดแต่งต้น
  • ใส่ปุ๋ย
  • พ่นสารหรือจัดการศัตรูพืชอย่างปลอดภัย
  • คัดและบรรจุผลผลิต

พืชที่ให้รายได้สูงอาจมีต้นทุนแรงงานสูงตามไปด้วย

6. ตรวจตลาดก่อนปลูก

อย่าปลูกแล้วจึงค่อยหาผู้ซื้อ ควรศึกษาก่อนว่า

  • ใครเป็นผู้รับซื้อ
  • รับซื้อในรูปแบบใด
  • มีเงื่อนไขคุณภาพอย่างไร
  • ราคาหน้าสวนต่างจากตลาดกลางเท่าไร
  • มีค่าคัดเกรดหรือค่าขนหรือไม่
  • ตลาดเปิดรับผลผลิตช่วงใด
  • มีโรงงานแปรรูปใกล้พื้นที่หรือไม่
  • สามารถขายตรงหรือแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้หรือไม่

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรมีฐานข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตร เช่น ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน มังคุด และลองกอง ซึ่งสามารถใช้ติดตามภาพรวมด้านพื้นที่ ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ได้

ปลูกพืชชนิดเดียวหรือทำสวนผสมดีกว่า?

การปลูกพืชเชิงเดี่ยว

ข้อดีคือ

  • จัดการง่าย
  • ใช้เครื่องมือและแรงงานเป็นระบบ
  • วางแผนปุ๋ยและเก็บเกี่ยวได้ชัด
  • มีผลผลิตชนิดเดียวในปริมาณมาก
  • เหมาะกับตลาดหรือโรงงานรับซื้อเฉพาะ

ข้อเสียคือ

  • เสี่ยงต่อราคาพืชชนิดเดียว
  • หากเกิดโรคอาจกระทบทั้งแปลง
  • รายได้อาจกระจุกตัว
  • ดินและระบบนิเวศอาจเสียสมดุลหากจัดการไม่เหมาะสม
  • ต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตชนิดเดียวในปริมาณมาก

การทำสวนผสม

ข้อดีคือ

  • กระจายความเสี่ยงด้านรายได้
  • มีผลผลิตต่างช่วงเวลา
  • ใช้พื้นที่หลายระดับ
  • ช่วยเพิ่มความหลากหลาย
  • อาจมีรายได้ระหว่างรอพืชหลักให้ผล
  • ใช้วัสดุในสวนหมุนเวียนได้มากขึ้น

ข้อเสียคือ

  • วางแผนยากกว่า
  • พืชอาจแข่งขันแสง น้ำ และธาตุอาหาร
  • ใช้แรงงานหลายทักษะ
  • การใช้เครื่องจักรอาจไม่สะดวก
  • ต้องออกแบบระยะปลูกตั้งแต่ต้น

กรมวิชาการเกษตรมีการศึกษาระบบปลูกพืชร่วมในภาคใต้หลายรูปแบบ แต่การนำไปใช้ต้องพิจารณาระยะปลูก อายุของพืชหลัก ปริมาณแสง และการจัดการน้ำของแต่ละแปลง

แนวโน้มพืชเศรษฐกิจภาคใต้ปี 2569

พื้นที่ทุเรียนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ราคาที่จูงใจในช่วงหลายปีทำให้เกษตรกรบางส่วนปรับพื้นที่จากยางพารา ปาล์มน้ำมัน กาแฟ และไม้ผลอื่นไปปลูกทุเรียน ขณะที่ผลผลิตจากพื้นที่ปลูกใหม่จะทยอยเข้าสู่ตลาดมากขึ้น

ผู้ลงทุนจึงควรระวังว่า การขยายพื้นที่จำนวนมากอาจเพิ่มการแข่งขันด้าน

  • น้ำ
  • แรงงาน
  • ปุ๋ย
  • ต้นพันธุ์
  • การคัดเกรด
  • โรงคัดบรรจุ
  • ตลาดรับซื้อ

ปาล์มน้ำมันยังเป็นพืชหลัก แต่ต้องเน้นประสิทธิภาพ

การปลูกเพิ่มเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ หากสวนเดิมยังมีผลผลิตต่อไร่ต่ำ สิ่งสำคัญคือ

  • ใช้ต้นกล้าคุณภาพ
  • ตรวจดินและใบ
  • ใส่ปุ๋ยสมดุล
  • จัดการน้ำ
  • เก็บเกี่ยวทะลายสุก
  • ลดการสูญเสียระหว่างขนส่ง
  • บันทึกผลผลิตและต้นทุน

ยางพาราต้องปรับจากขายวัตถุดิบอย่างเดียว

สวนยางอาจเพิ่มความมั่นคงด้วย

  • การลดต้นทุน
  • การใช้พันธุ์เหมาะสม
  • การจัดการโรค
  • การรวมกลุ่มขาย
  • การแปรรูปยาง
  • การใช้ประโยชน์จากไม้ยาง
  • การปลูกพืชร่วมอย่างเหมาะสม

มาตรฐานและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญขึ้น

กรมวิชาการเกษตรมีการพัฒนาข้อมูลและแนวทางการผลิตคาร์บอนต่ำในพืชเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งรวมถึงปาล์มน้ำมัน ยางพารา และทุเรียน สะท้อนว่าประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย พลังงาน และทรัพยากรจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในระบบการผลิตและตลาดอนาคต

ความเสี่ยงที่ควรพิจารณาก่อนลงทุนปลูกพืชเศรษฐกิจ

ราคาผลผลิตผันผวน

ราคาที่สูงในปัจจุบันอาจลดลงเมื่อผลผลิตรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด ควรคำนวณความคุ้มค่าด้วยราคาหลายกรณี ได้แก่

  • กรณีราคาดี
  • กรณีราคาปกติ
  • กรณีราคาต่ำ
  • กรณีผลผลิตต่ำกว่าคาด

ต้นทุนปุ๋ยและแรงงาน

พืชเศรษฐกิจหลายชนิดต้องใช้ปุ๋ยและแรงงานต่อเนื่อง หากคำนวณเฉพาะรายได้รวมอาจทำให้ประเมินกำไรสูงเกินจริง

สภาพอากาศ

ภาคใต้มีความเสี่ยงทั้ง

  • ฝนตกหนัก
  • น้ำท่วม
  • ดินถล่มในพื้นที่ลาดชัน
  • ลมแรง
  • ภัยแล้งบางช่วง
  • น้ำเค็มรุก
  • ความชื้นสูงและโรคพืช

โรคและแมลง

สวนเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่อาจเสียหายมากเมื่อเกิดโรคหรือศัตรูพืช ควรใช้ต้นพันธุ์ที่น่าเชื่อถือ ตรวจสวนเป็นประจำ และจัดการแบบผสมผสาน

ระยะเวลารอผลผลิต

ไม้ยืนต้นต้องใช้เวลาหลายปีก่อนมีรายได้ ผู้ปลูกควรมีเงินสำรองหรือพืชรายได้ระยะสั้นระหว่างรอ

การเปลี่ยนแปลงตลาด

มาตรฐานคุณภาพ สารตกค้าง การตรวจสอบย้อนกลับ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีผลต่อการจำหน่ายในอนาคต

ตัวอย่างการเลือกพืชตามลักษณะที่ดิน

ลักษณะพื้นที่พืชที่อาจนำมาพิจารณาสิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม
พื้นที่ราบ น้ำดี รถเข้าถึงปาล์มน้ำมัน ไม้ผล สวนผสมน้ำท่วมขัง ระยะถึงลานเท
เนินระบายน้ำดี มีน้ำหน้าแล้งทุเรียน มังคุด กาแฟความลาดชัน ลม ระบบน้ำ
พื้นที่สวนยางเดิมยางปลูกแทน กาแฟ พืชร่วม หรือไม้ผลโรคในพื้นที่ ดิน น้ำ เงินลงทุน
พื้นที่ใกล้ชายฝั่งมะพร้าว พืชทนลมบางชนิดความเค็ม ลมแรง น้ำใต้ดิน
พื้นที่ลุ่มข้าว พืชชอบน้ำ หรือยกร่องระยะเวลาน้ำท่วม คุณภาพน้ำ
พื้นที่ห่างตลาดยาง ปาล์ม หรือพืชเก็บรักษาได้มากกว่าค่าขน ถนน ผู้รับซื้อ
พื้นที่ขนาดเล็กใกล้ชุมชนผัก ไม้ผลผสม กาแฟแปรรูป พืชมูลค่าสูงตลาดตรง แรงงาน และน้ำ

ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ต้องตรวจดิน น้ำ และข้อจำกัดของพื้นที่จริงก่อนปลูก

Checklist ก่อนตัดสินใจปลูกพืชเศรษฐกิจภาคใต้

  • ตรวจประเภทเอกสารสิทธิ์และข้อจำกัดการใช้ที่ดิน
  • ตรวจขนาดพื้นที่จริง
  • ตรวจแนวเขต
  • ตรวจสภาพดิน
  • ส่งตัวอย่างดินวิเคราะห์
  • ตรวจระดับพื้นที่และการระบายน้ำ
  • สอบถามประวัติน้ำท่วม
  • ตรวจแหล่งน้ำหน้าแล้ง
  • ประเมินงบระบบน้ำ
  • ตรวจทางเข้าออก
  • คำนวณระยะทางถึงตลาดหรือโรงงาน
  • ตรวจแรงงานในพื้นที่
  • เลือกพันธุ์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
  • คำนวณต้นทุนก่อนให้ผล
  • คำนวณต้นทุนต่อปีหลังให้ผล
  • ทดลองหลายระดับราคาขาย
  • เตรียมเงินสำรอง
  • วางแผนพืชเสริมหรือรายได้ระหว่างรอ
  • ตรวจโรคสำคัญในพื้นที่
  • ศึกษามาตรฐานตลาด
  • มีแผนขายก่อนเริ่มปลูก
  • ไม่ตัดสินใจจากราคาปีเดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจภาคใต้

พืชเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของภาคใต้คืออะไร?

ยางพาราและปาล์มน้ำมันเป็นพืชอุตสาหกรรมหลักที่ปลูกกว้างขวาง ส่วนทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ กาแฟ และมะพร้าวเป็นพืชสำคัญในพื้นที่เหมาะสม แต่ลำดับความสำคัญแตกต่างกันในแต่ละจังหวัด

ภาคใต้เหมาะกับการปลูกทุเรียนทุกจังหวัดหรือไม่?

ไม่เหมาะทุกแปลง แม้จังหวัดนั้นจะมีสวนทุเรียนจำนวนมาก ผู้ปลูกยังต้องตรวจดิน การระบายน้ำ แหล่งน้ำหน้าแล้ง ลม ความลาดชัน และโรคในพื้นที่

ปาล์มน้ำมันหรือยางพาราอย่างไหนดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และระบบจัดการ ปาล์มต้องการน้ำและปุ๋ยต่อเนื่อง รวมถึงถนนขนผลผลิต ส่วนยางต้องรอเปิดกรีดและพึ่งแรงงานกรีด ควรคำนวณรายได้สุทธิและความเสี่ยงของแต่ละแปลง

พื้นที่สวนยางเดิมเปลี่ยนเป็นทุเรียนได้หรือไม่?

อาจทำได้หากมีน้ำเพียงพอ ดินระบายน้ำดี และมีเงินลงทุน แต่ควรตรวจโรคในดิน วางระบบน้ำ และคำนวณรายได้ที่หายไประหว่างรอทุเรียนให้ผลก่อนตัดสินใจ

พืชอะไรให้ผลตอบแทนเร็วที่สุด?

พืชผักและพืชอายุสั้นเริ่มสร้างรายได้ได้เร็วกว่าไม้ยืนต้น แต่ต้องมีตลาดและการจัดการเข้มข้น ส่วนพืชเศรษฐกิจระยะยาวอย่างปาล์ม ยาง ทุเรียน และกาแฟต้องรอหลายปี

สวนผสมดีกว่าสวนเชิงเดี่ยวหรือไม่?

สวนผสมช่วยกระจายความเสี่ยง แต่จัดการซับซ้อนกว่า ต้องออกแบบไม่ให้พืชแข่งขันแสง น้ำ และธาตุอาหาร สวนเชิงเดี่ยวจัดการง่ายกว่าแต่รับความเสี่ยงจากราคาหรือโรคของพืชชนิดเดียวเต็มที่

ก่อนซื้อที่ดินเพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจต้องตรวจอะไร?

ควรตรวจเอกสารสิทธิ์ แนวเขต ทางเข้า ประวัติน้ำท่วม แหล่งน้ำ ดิน ความลาดชัน ไฟฟ้า ระยะถึงตลาด และข้อจำกัดทางกฎหมาย รวมถึงคำนวณค่าปรับปรุงพื้นที่ก่อนซื้อ

กาแฟโรบัสตาปลูกในภาคใต้ตอนล่างได้หรือไม่?

มีงานวิจัยเกี่ยวกับการคัดเลือกและพัฒนาระบบปลูกกาแฟโรบัสตาในภาคใต้ตอนล่าง ทั้งการปลูกเดี่ยวและปลูกร่วมกับพืชอื่น แต่ควรเลือกพันธุ์และระบบที่ผ่านการทดสอบกับสภาพพื้นที่ใกล้เคียง

ควรปลูกพืชตามราคาตลาดปัจจุบันหรือไม่?

ไม่ควรใช้ราคาในปีเดียวเป็นเหตุผลหลัก เพราะไม้ยืนต้นต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะให้ผล ควรวิเคราะห์แนวโน้มปริมาณผลผลิต คู่แข่ง ต้นทุน และราคาหลายสถานการณ์

สรุป

ภาคใต้ของประเทศไทยมีศักยภาพในการปลูกพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิด โดยยางพาราและปาล์มน้ำมันยังเป็นพืชอุตสาหกรรมสำคัญ ขณะที่ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ กาแฟโรบัสตา มะพร้าว หมาก และสะตอสร้างรายได้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่

การเลือกพืชที่ดีไม่ใช่การเลือกพืชที่มีราคาสูงที่สุด แต่เป็นการเลือกพืชที่สอดคล้องกับดิน น้ำ ถนน แรงงาน เงินลงทุน ความรู้ และตลาดของเจ้าของสวน

ก่อนปลูกควรตรวจข้อมูลจริงของแปลง ส่งวิเคราะห์ดิน สำรวจน้ำในช่วงแล้ง ตรวจประวัติน้ำท่วม คำนวณต้นทุนตลอดช่วงก่อนให้ผล และทำแผนตลาดไว้ล่วงหน้า

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่ดินเกษตร สวนปาล์ม หรือที่ดินสำหรับพัฒนาสวนในนครศรีธรรมราชและพื้นที่ภาคใต้ บ้านสวนทรัพย์โอภาสให้บริการซื้อ–ขายที่ดิน พร้อมให้บริการดูแลและจัดการสวนตามสภาพพื้นที่

หมายเหตุ: ข้อมูลด้านราคา ผลผลิต ตลาด และแนวโน้มสามารถเปลี่ยนแปลงได้ การลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานราชการ ผู้รับซื้อ และผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ รวมถึงประเมินสภาพแปลงจริงก่อนตัดสินใจ

ติดต่อเรา | ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริการรับดูแลสวนมะพร้าว สวนทรัพย์โอภาส (Sapopas) ให้บริการด้านการเกษตรครบวงจร
ภาคใต้ของประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนชื้น ปริมาณฝนค่อน...
ภาคใต้ของประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนชื้น ปริมาณฝนค่อนข้างมาก และมีฤดูฝนยาวกว่าหลายพ...
ปุ๋ย สวนทรัพย์โอภาส (Sapopas) ให้บริการด้านการเกษตรครบวงจร
สรุปแนวทาง ดินดีดูอย่างไร วิธีสังเกตคุณภาพดินแบบง่...
สรุปแนวทาง ดินดีดูอย่างไร วิธีสังเกตคุณภาพดินแบบง่ายสำหรับเจ้าของสวน สำหรับเจ้าข...
ปุ๋ย สวนทรัพย์โอภาส (Sapopas) ให้บริการด้านการเกษตรครบวงจร
สรุปแนวทาง ฟื้นฟูสวนเก่าก่อนขายที่ดิน ช่วยเพิ่มมูล...
สรุปแนวทาง ฟื้นฟูสวนเก่าก่อนขายที่ดิน ช่วยเพิ่มมูลค่าได้จริงไหม สำหรับเจ้าของที่...
ปุ๋ย สวนทรัพย์โอภาส (Sapopas) ให้บริการด้านการเกษตรครบวงจร
สรุปแนวทาง อินทรียวัตถุในดินคืออะไร ทำไมจึงสำคัญต่...
สรุปแนวทาง อินทรียวัตถุในดินคืออะไร ทำไมจึงสำคัญต่อสวนปาล์มและพืชเศรษฐกิจ สำหรับ...
ปุ๋ย สวนทรัพย์โอภาส (Sapopas) ให้บริการด้านการเกษตรครบวงจร
สรุปแนวทาง ปรับปรุงดินก่อนปลูกปาล์มน้ำมัน ต้องเตรี...
สรุปแนวทาง ปรับปรุงดินก่อนปลูกปาล์มน้ำมัน ต้องเตรียมอะไรบ้าง สำหรับเจ้าของที่ดิน...
ปุ๋ย สวนทรัพย์โอภาส (Sapopas) ให้บริการด้านการเกษตรครบวงจร
สรุปแนวทาง ดินแข็ง ดินแน่น แก้อย่างไรให้รากพืชเดิน...
สรุปแนวทาง ดินแข็ง ดินแน่น แก้อย่างไรให้รากพืชเดินดีขึ้น สำหรับเจ้าของที่ดิน นัก...
ปุ๋ย สวนทรัพย์โอภาส (Sapopas) ให้บริการด้านการเกษตรครบวงจร
สรุปแนวทาง ตรวจดินก่อนปลูกพืชสำคัญอย่างไร เจ้าของส...
สรุปแนวทาง ตรวจดินก่อนปลูกพืชสำคัญอย่างไร เจ้าของสวนควรรู้อะไรบ้าง สำหรับเจ้าของ...
ปุ๋ย สวนทรัพย์โอภาส (Sapopas) ให้บริการด้านการเกษตรครบวงจร
สรุปแนวทาง ตัดแต่งทางปาล์มน้ำมันสำคัญอย่างไร ช่วยเ...
สรุปแนวทาง ตัดแต่งทางปาล์มน้ำมันสำคัญอย่างไร ช่วยเพิ่มผลผลิตได้จริงไหม สำหรับเจ้...