โกโก้คืออะไร? วิธีปลูก การดูแล และโอกาสทางการตลาดสำหรับเกษตรกรไทย

โกโก้เป็นพืชที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและผู้ประกอบการแปรรูปมากขึ้น เพราะเมล็ดโกโก้เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับผลิตช็อกโกแลต ผงโกโก้ และไขมันโกโก้ อีกทั้งยังสามารถปลูกเป็นพืชร่วมในสวนไม้ผลหรือสวนมะพร้าวได้ในบางระบบ
อย่างไรก็ตาม การปลูกโกโก้ให้เกิดรายได้ไม่ได้จบเพียงการเก็บผลสด เพราะคุณภาพและมูลค่าของผลผลิตขึ้นอยู่กับหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ การจัดร่มเงา การให้น้ำ การดูแลโรคและแมลง ไปจนถึงการหมักและตากเมล็ดอย่างถูกต้อง
สิ่งที่เกษตรกรควรให้ความสำคัญก่อนปลูกคือ ตลาดจะรับซื้อผลผลิตในรูปแบบใด เช่น ผลสด เมล็ดเปียก เมล็ดหมักแห้ง หรือเมล็ดที่ผ่านการคัดคุณภาพแล้ว เพราะแต่ละรูปแบบมีต้นทุน อุปกรณ์ แรงงาน และมาตรฐานต่างกัน
บทความนี้จะพาไปรู้จักว่าโกโก้คืออะไร มีสายพันธุ์และลักษณะอย่างไร วิธีปลูกและดูแลต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงแนวทางประเมินตลาดก่อนลงทุนปลูกเชิงการค้า
หัวข้อ
โกโก้คืออะไร?
โกโก้เป็นไม้ยืนต้นเขตร้อนขนาดเล็กถึงปานกลาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Theobroma cacao L. ผลโกโก้เกิดตามลำต้นและกิ่งหลัก ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมากหุ้มด้วยเยื่อสีขาว เมื่อนำเมล็ดผ่านกระบวนการหมัก ตาก คั่ว และแปรรูป จะได้วัตถุดิบสำหรับผลิตช็อกโกแลต ผงโกโก้ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ กรมวิชาการเกษตรมีฐานข้อมูลพันธุ์โกโก้และงานวิจัยด้านพันธุ์ ระบบปลูก และคุณภาพเมล็ดสำหรับการแปรรูปในประเทศไทยโดยตรง
คำว่า “โกโก้” อาจใช้เรียกได้ทั้ง
- ต้นโกโก้
- ผลโกโก้
- เมล็ดโกโก้
- ผงโกโก้
- เครื่องดื่มโกโก้
- วัตถุดิบสำหรับผลิตช็อกโกแลต
แต่ในด้านการเกษตร โกโก้หมายถึงพืชที่ปลูกเพื่อเก็บเมล็ดภายในผลไปผ่านกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว
ลักษณะทั่วไปของต้นโกโก้
ลำต้นและทรงพุ่ม
โกโก้เป็นไม้ยืนต้นที่มีลำต้นไม่สูงมากเมื่อเทียบกับไม้ผลขนาดใหญ่ สามารถควบคุมทรงพุ่มให้สะดวกต่อการดูแลและเก็บเกี่ยวได้ด้วยการตัดแต่งกิ่ง
ต้นโกโก้มีลักษณะการแตกกิ่งที่ควรรู้ ได้แก่
- ลำต้นหลักเจริญขึ้นด้านบน
- แตกกิ่งเป็นชุดบริเวณจุดคาคบ
- เกิดกิ่งกระโดงจากลำต้นและโคนต้นได้
- ออกดอกและผลตามลำต้นกับกิ่งหลัก
- ทรงพุ่มทึบได้ง่ายหากไม่ตัดแต่ง
ควรสร้างทรงพุ่มตั้งแต่ต้นยังมีอายุน้อย เพื่อให้แสงและอากาศผ่านได้เหมาะสม ลดความชื้นสะสม และสะดวกต่อการเก็บผล
ใบ
ใบโกโก้เป็นใบเดี่ยว ใบอ่อนอาจมีสีเขียวอ่อน แดง หรือน้ำตาลตามพันธุ์ ก่อนเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อแก่
ใบมีความสำคัญต่อการสังเคราะห์แสงและการเลี้ยงผล หากใบเสียหายจากแดดจัด โรค แมลง หรือการขาดน้ำ อาจส่งผลต่อการเจริญและผลผลิตในระยะต่อมา
ดอก
โกโก้สามารถออกดอกบริเวณลำต้นและกิ่งหลัก ดอกมีขนาดเล็กและมีโครงสร้างซับซ้อน การผสมเกสรตามธรรมชาติอาศัยแมลงขนาดเล็กหลายชนิด
แม้ต้นจะออกดอกจำนวนมาก แต่ดอกเพียงบางส่วนจะพัฒนาเป็นผลได้สำเร็จ การติดผลจึงขึ้นอยู่กับ
- ความสมบูรณ์ของต้น
- พันธุ์
- การผสมเกสร
- ความชื้น
- น้ำ
- ร่มเงา
- อุณหภูมิ
- โรคและแมลง
- จำนวนผลที่ต้นกำลังเลี้ยงอยู่
ผล
ผลโกโก้มีลักษณะยาวรีหรือป้อม มีร่องตามแนวยาว สีผลแตกต่างกันตามพันธุ์และระดับความสุก เช่น
- เขียว
- แดง
- ม่วง
- เหลือง
- ส้ม
- แดงอมเหลือง
ภายในผลมีเมล็ดเรียงตัวอยู่รอบแกนกลาง โดยมีเยื่อสีขาวหุ้มเมล็ด เมล็ดส่วนนี้ต้องผ่านการหมักและตากก่อนนำไปแปรรูปเป็นช็อกโกแลตคุณภาพ
โกโก้กับโกโก้ผงต่างกันอย่างไร?
โกโก้ที่ปลูกในสวนคือพืชและผลผลิตทางการเกษตร ส่วนโกโก้ผงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปแล้ว
ขั้นตอนโดยสรุป ได้แก่
- เก็บผลโกโก้แก่
- ผ่าผลและนำเมล็ดออก
- หมักเมล็ด
- ตากให้แห้ง
- คัดและเก็บรักษา
- คั่วเมล็ด
- แยกเปลือกเมล็ด
- บดเป็นโกโก้ลิเคอร์
- แยกหรือแปรรูปเป็นไขมันโกโก้และผงโกโก้
- นำไปผลิตช็อกโกแลตหรือเครื่องดื่ม
ดังนั้น การมีต้นโกโก้ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผงโกโก้ทันที ต้องอาศัยกระบวนการหลังเก็บเกี่ยวและการแปรรูปหลายขั้นตอน
พันธุ์โกโก้ที่ควรรู้จัก
โกโก้ทั่วโลกมีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูง การเรียกกลุ่มแบบกว้างที่พบทั่วไป ได้แก่ Criollo, Forastero และ Trinitario แต่การเลือกปลูกในประเทศไทยควรพิจารณาพันธุ์หรือสายพันธุ์ที่ผ่านการทดลองในสภาพพื้นที่จริง
โกโก้พันธุ์ลูกผสมชุมพร 1
พันธุ์ลูกผสมชุมพร 1 เป็นพันธุ์ที่กรมวิชาการเกษตรรับรอง มีลักษณะเด่นด้านผลผลิต ความสม่ำเสมอของผลผลิต ขนาดเมล็ด และเปอร์เซ็นต์ไขมัน โดยกรมวิชาการเกษตรระบุว่าสามารถเริ่มติดผลและเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ประมาณปีที่ 2 ภายใต้สภาพและการดูแลที่เหมาะสม และเคยแนะนำสำหรับระบบปลูกแซมในสวนมะพร้าวในภาคใต้และภาคตะวันตก
อย่างไรก็ตาม ระยะเริ่มให้ผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ
- คุณภาพต้นพันธุ์
- ระบบน้ำ
- ความสมบูรณ์ของดิน
- ร่มเงา
- การตัดแต่งกิ่ง
- โรคและแมลง
- ความเหมาะสมของพื้นที่
กรมวิชาการเกษตรยังคงมีการผลิตและกำหนดราคาจำหน่ายต้นพันธุ์ลูกผสมชุมพร 1 ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แสดงให้เห็นว่าพันธุ์นี้ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เกษตรกรสามารถตรวจสอบแหล่งพันธุ์จากภาครัฐได้
พันธุ์ ICS40 และ ICS6
งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรที่ดำเนินการระหว่างปี 2560–2564 พบว่า ICS40, ชุมพร 1 และ ICS6 เป็นกลุ่มที่ให้ผลผลิตเมล็ดแห้งเฉลี่ยสูงกว่าพันธุ์บางรายการในการทดลอง และเมล็ดจากพันธุ์ที่ทดสอบสามารถนำไปแปรรูปเป็นช็อกโกแลตที่ได้รับการยอมรับด้านรสชาติ ผลการวิจัยเสนอให้ ICS40 และ ICS6 เป็นทางเลือกสำหรับการพัฒนาพันธุ์แนะนำต่อไป
ข้อมูลดังกล่าวเป็นผลจากแปลงทดลอง ไม่ควรนำตัวเลขผลผลิตไปใช้รับประกันรายได้ของทุกสวน เพราะผลผลิตจริงเปลี่ยนแปลงตามอายุ ระยะปลูก พื้นที่ น้ำ การจัดการ และคุณภาพหลังเก็บเกี่ยว
วิธีเลือกต้นพันธุ์โกโก้
ต้นพันธุ์ที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
- ระบุพันธุ์และแหล่งที่มาได้
- มาจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้
- ลำต้นแข็งแรง
- ใบมีสีและรูปทรงปกติ
- ไม่มีใบจุดหรือแผลเน่ารุนแรง
- ไม่มีเพลี้ยหรือแมลงสะสม
- โคนต้นไม่ช้ำหรือเน่า
- ระบบรากไม่ขดแน่นเกินไป
- วัสดุปลูกระบายน้ำได้
- ผ่านการปรับสภาพก่อนย้ายลงแปลง
หากใช้ต้นเสียบยอด ควรตรวจรอยต่อให้เชื่อมสนิทและไม่แตกร้าว หากใช้ต้นจากเมล็ด ต้องมั่นใจในแหล่งพันธุ์และระบบการคัดเลือก เพราะต้นจากเมล็ดอาจมีความแตกต่างระหว่างต้นได้
พื้นที่แบบไหนเหมาะกับการปลูกโกโก้?
โกโก้เป็นพืชเขตร้อนที่ต้องการความชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่เหมาะกับพื้นที่น้ำขังต่อเนื่อง ต้นอ่อนต้องการร่มเงามากกว่าต้นที่โตแล้ว และอาจได้รับความเสียหายจากแดดจัดหรือลมแรง
พื้นที่ที่เหมาะควรมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่
- อากาศอบอุ่นและมีความชื้นเหมาะสม
- มีน้ำใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง
- ระบายน้ำได้
- ไม่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน
- มีดินลึกพอให้รากพัฒนา
- มีร่มเงาหรือสามารถจัดร่มเงาได้
- มีแนวป้องกันลม
- เข้าถึงแปลงเพื่อเก็บเกี่ยวได้
- อยู่ใกล้จุดรวบรวมหรือแปรรูปพอสมควร
ไม่ควรพิจารณาเพียงว่าพื้นที่อยู่ในภาคใต้หรือมีฝนมาก เพราะปริมาณฝนสูงโดยไม่มีระบบระบายน้ำที่ดีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคและระบบราก
โกโก้ปลูกแซมในสวนมะพร้าวได้หรือไม่?
ปลูกได้ในบางระบบ เพราะร่มเงาจากมะพร้าวสามารถช่วยลดแสงโดยตรงแก่ต้นโกโก้ แต่ต้องประเมินการแย่งน้ำ ธาตุอาหาร และความหนาแน่นของทรงพุ่มร่วมด้วย
งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรศึกษาการปลูกโกโก้ทั้งแบบพืชเดี่ยวและปลูกร่วมกับมะพร้าว โดยพบว่าพันธุ์ตอบสนองต่อระบบปลูกแตกต่างกัน และยังต้องเก็บข้อมูลระยะยาวเพื่อยืนยันผลผลิตของบางพันธุ์ให้ชัดเจน
ก่อนปลูกแซมควรตรวจว่า
- มะพร้าวปลูกถี่เพียงใด
- แสงลงถึงพื้นมากน้อยแค่ไหน
- มีน้ำเพียงพอสำหรับพืชสองชนิดหรือไม่
- เครื่องจักรและแรงงานเข้าถึงได้หรือไม่
- รากมะพร้าวและโกโก้จะแข่งขันกันมากหรือไม่
- สามารถแยกแผนปุ๋ยตามความต้องการของพืชได้หรือไม่
- ความชื้นในสวนสูงจนเสี่ยงโรคหรือไม่
ดินที่เหมาะกับการปลูกโกโก้
ดินที่เหมาะควร
- ระบายน้ำได้ดี
- อุ้มน้ำได้พอเหมาะ
- ไม่อัดแน่น
- มีอินทรียวัตถุ
- มีความลึกเพียงพอ
- ไม่มีชั้นดินดานตื้น
- ไม่มีความเค็มสูง
- มีค่า pH เหมาะสมกับระบบรากและธาตุอาหาร
ก่อนปลูกเชิงการค้าควรตรวจอย่างน้อย
- ค่า pH
- อินทรียวัตถุ
- ฟอสฟอรัส
- โพแทสเซียม
- แคลเซียม
- แมกนีเซียม
- ความเค็ม
- เนื้อดิน
- ความลึกของดิน
- การระบายน้ำ
- คุณภาพน้ำ
ไม่ควรใส่ปูนขาวหรือโดโลไมต์เป็นสูตรประจำโดยไม่ตรวจดิน เพราะอัตราที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับค่า pH เนื้อดิน และปริมาณแคลเซียมกับแมกนีเซียมที่มีอยู่เดิม
วิธีปลูกโกโก้
1. สำรวจพื้นที่และออกแบบแปลง
ก่อนปลูกควรกำหนด
- จุดปลูก
- ระยะปลูก
- ระบบน้ำ
- ร่องระบายน้ำ
- แนวร่มเงา
- แนวกันลม
- ถนนและทางเดิน
- จุดรวบรวมผล
- พื้นที่หมักและตาก
- ทางขนส่งผลผลิต
หากต้องขนผลสดไปยังจุดแปรรูป ควรคำนึงถึงระยะทาง เพราะผลสดและเมล็ดเปียกมีน้ำหนักมากกว่าผลผลิตที่ผ่านการตากแล้ว
2. จัดร่มเงา
ต้นโกโก้อ่อนต้องการการป้องกันแดดจัด ร่มเงาอาจมาจาก
- ต้นมะพร้าว
- กล้วย
- ไม้ผล
- ไม้ร่มเงาชั่วคราว
- ตาข่ายพรางแสง
- ระบบวนเกษตรที่ออกแบบไว้แล้ว
ร่มเงาที่มากเกินไปอาจทำให้ต้นยืด ทรงพุ่มทึบ ความชื้นสูง และออกดอกติดผลลดลง ขณะที่แสงมากเกินไปอาจทำให้ใบไหม้และต้นขาดน้ำเร็ว จึงต้องปรับตามอายุและสภาพสวน
3. กำหนดระยะปลูก
ระยะปลูกขึ้นอยู่กับ
- พันธุ์
- ความแข็งแรงของต้น
- ระบบพืชเดี่ยวหรือพืชร่วม
- ร่มเงา
- เครื่องมือ
- การควบคุมทรงพุ่ม
- ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่
ไม่ควรเลือกระยะจากจำนวนต้นต่อไร่เพียงอย่างเดียว เพราะหากปลูกแน่นเกินไปจะเพิ่มความชื้น ทำให้ทรงพุ่มชนกัน และดูแลโรคยาก
4. เตรียมหลุมปลูก
ขนาดหลุมควรปรับตามสภาพดิน ไม่จำเป็นต้องขุดลึกมากในพื้นที่ดินเหนียวที่มีน้ำระบายช้า เพราะอาจกลายเป็นแอ่งกักน้ำ
ดินกลบหลุมสามารถผสมกับ
- ปุ๋ยหมักที่สลายตัวดี
- ปุ๋ยคอกเก่า
- อินทรียวัตถุที่ไม่มีความเค็มสูง
- หน้าดินจากบริเวณแปลง
ไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมีเข้มข้นหรือวัสดุที่กำลังหมักให้สัมผัสกับรากโดยตรง
5. นำต้นลงปลูก
ขั้นตอนเบื้องต้น ได้แก่
- รดน้ำต้นกล้าก่อนปลูก
- กรีดถุงโดยไม่ให้ดินรอบรากแตก
- ตรวจรากขดและรากเสีย
- วางต้นให้ตั้งตรง
- ปลูกในระดับเดียวกับวัสดุเดิมในถุง
- กลบดินและกดพอกระชับ
- ปักไม้ค้ำ
- รดน้ำทันที
- คลุมดินรอบต้น
- เว้นวัสดุคลุมไม่ให้ชิดโคน
- จัดร่มเงาชั่วคราว
- ตรวจน้ำขังหลังฝนตก
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับปลูกโกโก้
ต้นฤดูฝนเหมาะกับพื้นที่ที่ระบายน้ำดีและไม่มีระบบน้ำสมบูรณ์ เพราะต้นสามารถตั้งตัวก่อนเข้าสู่ช่วงแล้ง
ไม่ควรปลูกในช่วง
- ฝนตกหนักต่อเนื่อง
- พื้นที่น้ำขัง
- แล้งจัดโดยไม่มีระบบน้ำ
- แดดรุนแรงโดยไม่มีร่มเงา
- ลมแรง
- ช่วงที่ไม่สามารถติดตามดูแลต้นอ่อนได้
สวนที่มีระบบน้ำและจัดร่มเงาได้สามารถยืดหยุ่นช่วงปลูกมากขึ้น แต่ต้องดูแลความชื้นอย่างต่อเนื่อง
การดูแลต้นโกโก้
การให้น้ำ
โกโก้ต้องการความชื้นสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงต้นอ่อน ออกดอก ติดผล และสร้างเมล็ด
ควรให้น้ำโดยพิจารณาจาก
- ความชื้นของดิน
- อายุของต้น
- ขนาดทรงพุ่ม
- เนื้อดิน
- ปริมาณฝน
- ร่มเงา
- จำนวนผล
- วัสดุคลุมดิน
ไม่จำเป็นต้องให้น้ำทุกวันในทุกพื้นที่ แต่ไม่ควรปล่อยให้ดินแห้งจัดสลับแฉะมาก เพราะอาจทำให้ต้นเครียด ดอกร่วง หรือผลพัฒนาไม่สม่ำเสมอ
ควรกระจายน้ำบริเวณเขตราก ไม่ให้น้ำเฉพาะชิดลำต้น และตรวจว่าจุดให้น้ำไม่ทำให้ดินแฉะอยู่เพียงตำแหน่งเดียว
การคลุมดิน
วัสดุคลุมดินช่วย
- ลดการระเหย
- รักษาความชื้น
- ลดวัชพืช
- ลดความร้อนบริเวณราก
- เพิ่มอินทรียวัตถุเมื่อย่อยสลาย
- ลดแรงกระแทกจากเม็ดฝน
วัสดุที่ใช้ได้ เช่น ใบไม้แห้ง เศษหญ้า หรือวัสดุอินทรีย์ที่ปลอดภัย แต่ควรเว้นระยะจากโคนต้นเพื่อลดความชื้นสะสมและให้สามารถตรวจโคนต้นได้
การใส่ปุ๋ย
ไม่มีสูตรปุ๋ยเดียวที่เหมาะกับโกโก้ทุกสวน ควรพิจารณา
- ผลวิเคราะห์ดิน
- อายุของต้น
- ขนาดทรงพุ่ม
- จำนวนผล
- สภาพใบ
- ระบบราก
- ปริมาณฝน
- ระบบน้ำ
- การปลูกเดี่ยวหรือปลูกร่วม
- ประวัติการใส่ปุ๋ย
ระยะต้นอ่อน
ควรเน้นการสร้างราก ลำต้น และกิ่งโครงสร้าง โดยแบ่งใส่ปุ๋ยในปริมาณเหมาะสม ไม่กองปุ๋ยชิดโคน และให้น้ำหลังใส่เมื่อดินมีความชื้นไม่เพียงพอ
ระยะเริ่มให้ผล
ควรประเมินความสมบูรณ์ของต้นและผลผลิตจริง ไม่เร่งปุ๋ยเพียงเพื่อเพิ่มจำนวนผล เพราะต้นที่แบกรับผลมากเกินกำลังอาจโทรมและฟื้นตัวช้า
หลังเก็บเกี่ยว
ควรฟื้นฟูต้นด้วยการ
- ตัดแต่งกิ่ง
- กำจัดผลแห้งหรือผลเป็นโรค
- เติมอินทรียวัตถุ
- ตรวจระบบน้ำ
- ใส่ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์
- ดูแลใบชุดใหม่
- ตรวจโคนต้นและระบบราก
การตัดแต่งกิ่งโกโก้
การตัดแต่งกิ่งช่วยควบคุมความสูง เปิดทรงพุ่ม และรักษาตำแหน่งกิ่งที่เหมาะต่อการติดผล
ควรตัดออก ได้แก่
- กิ่งกระโดงที่ไม่ต้องการ
- กิ่งไขว้
- กิ่งซ้อน
- กิ่งแห้ง
- กิ่งเป็นโรค
- กิ่งแตะพื้น
- กิ่งพุ่งเข้ากลางพุ่ม
- กิ่งที่ทำให้พุ่มทึบมากเกินไป
ไม่ควรตัดหนักในครั้งเดียวโดยไม่มีแผน เพราะต้นอาจแตกกิ่งใหม่จำนวนมากและสูญเสียพื้นที่ใบที่ใช้เลี้ยงผล
อุปกรณ์ตัดแต่งควรสะอาด และควรทำความสะอาดเมื่อเปลี่ยนจากต้นที่มีอาการโรคไปยังต้นปกติ
การจัดการวัชพืช
ต้นโกโก้อ่อนอาจถูกวัชพืชแย่งน้ำและธาตุอาหาร ควรตัดหญ้าหรือคลุมดินโดยไม่ทำให้รากบริเวณผิวดินเสียหาย
ไม่ควร
- ถากลึกใกล้โคน
- ไถพรวนใต้ทรงพุ่มบ่อย
- กองหญ้าสดชิดลำต้น
- เผาเศษพืชใกล้ต้น
- ใช้เครื่องตัดหญ้ากระแทกเปลือก
บาดแผลบริเวณโคนต้นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคและแมลง
โกโก้ปลูกกี่ปีจึงออกผล?
ระยะเริ่มให้ผลขึ้นอยู่กับพันธุ์ วิธีขยายพันธุ์ สภาพพื้นที่และการดูแล
โกโก้พันธุ์ลูกผสมชุมพร 1 ได้รับการระบุจากกรมวิชาการเกษตรว่าสามารถเริ่มตกผลและเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ประมาณปีที่ 2 หลังปลูก ภายใต้สภาพที่เหมาะสม แต่ไม่ควรถือเป็นการรับประกันว่าทุกต้นและทุกพื้นที่จะให้ผลในเวลาเดียวกัน
ควรพิจารณาความพร้อมจาก
- ขนาดลำต้น
- ความสมบูรณ์ของทรงพุ่ม
- ระบบราก
- จำนวนใบ
- ความสามารถในการให้น้ำ
- การไม่มีโรครุนแรง
- จำนวนผลที่ต้นสามารถเลี้ยงได้
ต้นที่ยังเล็กอาจต้องปลิดผลบางส่วนเพื่อให้สร้างโครงสร้างต้นก่อน
วิธีสังเกตผลโกโก้แก่พร้อมเก็บ
สีผลที่สุกจะแตกต่างตามพันธุ์ จึงไม่ควรใช้สีเหลืองเป็นเกณฑ์เดียว
สัญญาณที่ควรพิจารณา ได้แก่
- อายุผล
- สีเปลือกเปลี่ยนตามลักษณะพันธุ์
- ผลมีขนาดเต็ม
- ร่องผลชัด
- เมล็ดภายในพัฒนาเต็ม
- เยื่อหุ้มเมล็ดมีลักษณะสมบูรณ์
- ผลไม่มีอาการเน่าหรือแมลงทำลาย
- ทดสอบผ่าผลตัวอย่างก่อนเก็บทั้งรุ่น
ไม่ควรเก็บผลอ่อน เพราะเมล็ดอาจมีองค์ประกอบไม่สมบูรณ์และให้คุณภาพหลังหมักต่ำ
วิธีเก็บเกี่ยวผลโกโก้
ควรใช้กรรไกรหรืออุปกรณ์ตัดที่เหมาะสม ไม่ดึงหรือบิดผลแรง เพราะอาจทำลายจุดออกดอกบนลำต้นและกิ่ง ซึ่งมีผลต่อการออกดอกในรอบต่อไป
ขั้นตอนเบื้องต้น ได้แก่
- เลือกเฉพาะผลแก่
- ตัดก้านโดยไม่ทำให้เปลือกต้นเสียหาย
- แยกผลเป็นโรค
- ไม่วางผลในโคลนหรือพื้นที่สกปรก
- ขนส่งอย่างระมัดระวัง
- ผ่าผลด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ทำให้เมล็ดเสียหาย
- นำเมล็ดเข้าสู่การหมักภายในช่วงเวลาที่เหมาะสม
- บันทึกพันธุ์ แปลง และวันที่เก็บ
การหมักเมล็ดโกโก้สำคัญอย่างไร?
การหมักเป็นขั้นตอนสำคัญต่อการพัฒนากลิ่น รส และคุณภาพของเมล็ด เมล็ดที่ไม่ผ่านการหมักหรือหมักไม่เหมาะสมอาจให้รสฝาด ขม หรือกลิ่นไม่สมบูรณ์
ปัจจัยที่มีผลต่อการหมัก ได้แก่
- ปริมาณเมล็ดต่อรอบ
- ภาชนะ
- การระบายของเหลว
- อุณหภูมิ
- ระยะเวลา
- การกลับกอง
- พันธุ์
- ความสุกของผล
- สภาพอากาศ
- ความสะอาด
ระบบหมักขนาดเล็กเกินไปอาจสร้างความร้อนได้ไม่เพียงพอ ส่วนการหมักนานเกินไปหรือระบายอากาศไม่เหมาะสมอาจทำให้เมล็ดมีกลิ่นผิดปกติ
ผู้ปลูกที่ไม่มีอุปกรณ์และความรู้ด้านการหมักควรตกลงกับผู้รับซื้อก่อนว่า จะจำหน่ายผลสดหรือเมล็ดเปียก แทนการทดลองหมักจำนวนมากโดยไม่มีมาตรฐาน
การตากเมล็ดโกโก้
หลังหมักต้องลดความชื้นของเมล็ดให้อยู่ในระดับเหมาะสมต่อการเก็บรักษา
แนวทางสำคัญ ได้แก่
- ตากบนพื้นหรือถาดที่สะอาด
- ไม่ตากสัมผัสดินโดยตรง
- กระจายเมล็ดให้สม่ำเสมอ
- กลับเมล็ดเป็นระยะ
- ป้องกันฝนและความชื้นกลางคืน
- ไม่เร่งความร้อนสูงจนผิวแห้งแต่ภายในยังชื้น
- ตรวจความชื้นก่อนบรรจุ
- เก็บในภาชนะที่ระบายอากาศตามความเหมาะสม
- แยกจากสารเคมีหรือวัสดุมีกลิ่น
เมล็ดที่ยังชื้นมากอาจเกิดเชื้อราและกลิ่นผิดปกติระหว่างเก็บ ส่วนเมล็ดที่ตากเร็วหรือร้อนเกินไปอาจกระทบคุณภาพรสชาติ
โรคโกโก้ที่ควรเฝ้าระวัง
โรคและระดับความรุนแรงแตกต่างตามพื้นที่ ความชื้น พันธุ์ และการจัดการสวน
อาการที่ควรตรวจเป็นประจำ ได้แก่
- ผลเกิดจุดสีน้ำตาลหรือดำ
- ผลเน่าลุกลาม
- กิ่งแห้ง
- ใบจุด
- โคนต้นชื้นหรือมีแผล
- ผลแห้งคาต้น
- ต้นทรุดโทรมเฉพาะบางกิ่ง
- ผลอ่อนร่วงผิดปกติ
แนวทางลดความเสี่ยง ได้แก่
- เปิดทรงพุ่มให้อากาศผ่าน
- ทำระบบระบายน้ำ
- เก็บผลเป็นโรคออก
- ไม่ปล่อยผลเน่าคาต้น
- ทำความสะอาดอุปกรณ์
- ลดการทำให้ลำต้นเกิดแผล
- ไม่กองเศษผลติดโคน
- สำรวจสวนหลังฝนตกต่อเนื่อง
- ใช้วิธีป้องกันตามคำแนะนำของหน่วยงานเกษตร
แมลงและสัตว์ที่อาจทำลายโกโก้
ปัญหาอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น
- เพลี้ยแป้ง
- เพลี้ยอ่อน
- หนอนกัดกินใบ
- หนอนหรือแมลงเจาะผล
- มดที่สัมพันธ์กับเพลี้ย
- กระรอก
- หนู
- สัตว์กัดกินผล
ควรสำรวจต้นและผลก่อนเลือกวิธีจัดการ ไม่ควรใช้สารตามปฏิทินโดยไม่ตรวจว่ามีศัตรูชนิดใดและอยู่ในระดับที่สร้างความเสียหายหรือไม่
ปัญหาที่พบบ่อยในการปลูกโกโก้
| อาการ | สาเหตุที่ควรตรวจ | แนวทางเบื้องต้น |
|---|---|---|
| ต้นโตช้า | รากขด ดินแน่น ขาดน้ำ หรือร่มมากเกินไป | ตรวจราก ดิน น้ำ และแสง |
| ใบไหม้ | แดดแรง ขาดน้ำ หรือร่มเงาไม่เพียงพอ | เพิ่มร่มชั่วคราวและปรับน้ำ |
| ใบเหลือง | น้ำขัง รากเสีย ค่า pH หรือธาตุไม่สมดุล | ตรวจดินและรากก่อนเพิ่มปุ๋ย |
| ทรงต้นสูงเกินไป | ไม่สร้างทรงพุ่มหรือปล่อยกิ่งกระโดง | ตัดแต่งอย่างเป็นขั้นตอน |
| ออกดอกแต่ไม่ติดผล | การผสมเกสร สภาพอากาศ หรือต้นไม่สมบูรณ์ | ตรวจหลายปัจจัยร่วมกัน |
| ผลอ่อนร่วง | น้ำไม่สม่ำเสมอ ต้นเลี้ยงผลไม่ไหว หรือโรค | รักษาความชื้นและตรวจผล |
| ผลเน่า | ความชื้นสูง เชื้อโรค หรือพุ่มทึบ | ตัดผลโรคและปรับทรงพุ่ม |
| ผลผลิตต่ำ | พันธุ์ ร่มเงา น้ำ ปุ๋ย หรือการผสมเกสร | เก็บข้อมูลรายต้นและรายรุ่น |
| เมล็ดหมักคุณภาพไม่ดี | ผลอ่อน ปริมาณเมล็ดน้อย หรือควบคุมการหมักไม่ได้ | ปรับวัตถุดิบและกระบวนการ |
| เมล็ดขึ้นรา | ตากไม่แห้งหรือเก็บในที่ชื้น | ตรวจความชื้นและปรับสถานที่เก็บ |
โกโก้มีประโยชน์และนำไปทำอะไรได้บ้าง?
เมล็ดโกโก้สามารถใช้ผลิต
- ช็อกโกแลต
- ผงโกโก้
- ไขมันโกโก้
- โกโก้นิบส์
- เครื่องดื่มโกโก้
- ผลิตภัณฑ์เบเกอรี
- ขนมและของหวาน
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบางประเภท
วัสดุเหลือจากสวนและการแปรรูปอาจนำไปพัฒนาเป็นปุ๋ยหมักหรือผลิตภัณฑ์อื่นได้ แต่ต้องจัดการให้ถูกสุขลักษณะและไม่สร้างแหล่งสะสมโรค
โอกาสทางการตลาดของโกโก้ในประเทศไทย
โกโก้มีโอกาสในตลาดหลายระดับ แต่ไม่ควรมองว่าเป็นพืชที่ปลูกแล้วมีผู้รับซื้อแน่นอนทุกพื้นที่
ช่องทางตลาดที่เป็นไปได้ ได้แก่
1. ตลาดผลสดหรือเมล็ดเปียก
เหมาะกับเกษตรกรที่อยู่ใกล้ผู้รวบรวมหรือโรงหมัก ข้อดีคือไม่ต้องลงทุนระบบหมักและตากทั้งหมดเอง
ข้อจำกัด ได้แก่
- ขนส่งน้ำหนักมาก
- เก็บรักษาได้จำกัด
- พึ่งพาผู้รับซื้อในพื้นที่
- ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพและเงื่อนไขของผู้ซื้อ
- ต้องมีปริมาณผลผลิตเพียงพอต่อการรวบรวม
2. ตลาดเมล็ดหมักแห้ง
มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ต้องควบคุมกระบวนการให้สม่ำเสมอ ผู้ซื้ออาจประเมินจาก
- ความชื้น
- ระดับการหมัก
- ขนาดเมล็ด
- กลิ่น
- เชื้อรา
- สิ่งเจือปน
- ความสม่ำเสมอ
- การตรวจสอบย้อนกลับ
เกษตรกรที่ผลิตปริมาณน้อยอาจรวมกลุ่มเพื่อให้มีเมล็ดเพียงพอสำหรับหมักเป็นชุดและควบคุมคุณภาพร่วมกัน
3. ตลาดช็อกโกแลตคราฟต์
ผู้ผลิตช็อกโกแลตแบบ Bean-to-Bar อาจต้องการเมล็ดที่มีเอกลักษณ์ด้านพันธุ์ แหล่งปลูก และกระบวนการหมัก แต่ตลาดนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ช่วยเพิ่มมูลค่า ได้แก่
- ระบุแหล่งปลูก
- แยกพันธุ์
- บันทึกวันเก็บ
- ควบคุมการหมัก
- มีตัวอย่างเมล็ดให้ทดลอง
- รักษาคุณภาพทุกชุด
- มีเรื่องราวและข้อมูลย้อนกลับ
4. การแปรรูปในชุมชน
สามารถพัฒนาเป็น
- โกโก้นิบส์
- ผงโกโก้
- เครื่องดื่ม
- ช็อกโกแลต
- ผลิตภัณฑ์ของฝาก
- กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร
แต่การแปรรูปอาหารต้องพิจารณา
- เครื่องจักร
- สุขลักษณะ
- การขออนุญาต
- ฉลาก
- อายุสินค้า
- สูตรผลิตภัณฑ์
- บรรจุภัณฑ์
- ช่องทางจำหน่าย
- ต้นทุนต่อหน่วย
5. การปลูกเป็นพืชร่วม
โกโก้อาจสร้างรายได้เสริมในสวนมะพร้าวหรือระบบวนเกษตรบางรูปแบบ งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรมีการทดลองปลูกโกโก้ร่วมกับมะพร้าว และพบว่าการตอบสนองของแต่ละพันธุ์แตกต่างกัน จึงควรวางแปลงทดลองก่อนขยายพื้นที่
ความเสี่ยงทางการตลาดที่ควรรู้
ไม่มีผู้รับซื้อใกล้สวน
ผลสดและเมล็ดเปียกไม่เหมาะกับการเก็บไว้นาน หากผู้รับซื้ออยู่ไกล ต้นทุนขนส่งและความเสี่ยงด้านคุณภาพจะเพิ่มขึ้น
ราคาที่โฆษณาอาจเป็นคนละรูปแบบสินค้า
ต้องแยกให้ออกว่าเป็นราคา
- ต่อกิโลกรัมผลสด
- เมล็ดเปียก
- เมล็ดหมักแห้ง
- เมล็ดคัดพิเศษ
- ผงโกโก้
- ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
ราคาสินค้าแต่ละขั้นไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันตรง ๆ ได้ เพราะมีอัตราการสูญเสียน้ำ ต้นทุน และกระบวนการต่างกัน
คุณภาพไม่สม่ำเสมอ
ผู้ซื้อเมล็ดสำหรับผลิตช็อกโกแลตต้องการคุณภาพที่ทำซ้ำได้ การหมักแต่ละรอบต่างกันมากอาจทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถรักษารสชาติผลิตภัณฑ์ได้
ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการหมัก
การหมักต้องมีปริมาณเมล็ดเหมาะสมเพื่อสร้างอุณหภูมิและสภาพการหมัก หากมีผลผลิตน้อยและทยอยออก อาจควบคุมคุณภาพได้ยาก
สัญญารับซื้อไม่ชัดเจน
ก่อนปลูกควรตรวจสอบ
- ผู้รับซื้อมีตัวตนหรือไม่
- รับซื้อรูปแบบใด
- กำหนดคุณภาพอย่างไร
- มีขั้นต่ำหรือไม่
- ใครรับผิดชอบขนส่ง
- ราคารับซื้อคำนวณอย่างไร
- มีเงื่อนไขหักน้ำหนักหรือความชื้นหรือไม่
- รับซื้อเป็นระยะเวลานานเพียงใด
- มีเอกสารหรือข้อตกลงหรือไม่
ก่อนลงทุนปลูกโกโก้ควรถามอะไรบ้าง?
- พื้นที่มีน้ำตลอดปีหรือไม่
- มีระบบระบายน้ำดีหรือไม่
- ร่มเงาเหมาะสมหรือไม่
- พันธุ์มาจากแหล่งใด
- ผู้รับซื้ออยู่ที่ไหน
- รับผลสด เมล็ดเปียก หรือเมล็ดแห้ง
- ปริมาณขั้นต่ำเท่าใด
- มาตรฐานการหมักเป็นอย่างไร
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบขนส่ง
- มีแรงงานเก็บผลและผ่าผลหรือไม่
- มีพื้นที่หมักและตากหรือไม่
- ต้นทุนก่อนเริ่มให้ผลเท่าใด
- ปลูกเดี่ยวหรือปลูกแซม
- หากผู้รับซื้อหยุดรับจะขายให้ใคร
- สามารถเริ่มจากแปลงทดลองได้หรือไม่
โกโก้เหมาะกับการปลูกเชิงการค้าหรือไม่?
โกโก้สามารถปลูกเชิงการค้าได้เมื่อมีองค์ประกอบพร้อม ได้แก่
- พื้นที่เหมาะสม
- น้ำเพียงพอ
- ระบบร่มเงา
- พันธุ์ที่ตรวจสอบได้
- ความรู้ด้านตัดแต่งกิ่ง
- การจัดการโรคและแมลง
- แรงงานเก็บเกี่ยว
- ระบบหลังเก็บเกี่ยว
- ผู้รับซื้อหรือแผนแปรรูป
- เงินทุนดูแลก่อนเริ่มให้ผล
กรมวิชาการเกษตรมีผลการทดลองว่าพันธุ์และระบบปลูกส่งผลต่อผลผลิต และพันธุ์บางรายการมีศักยภาพด้านผลผลิตและการแปรรูปเป็นช็อกโกแลต แต่ผลทดลองไม่ควรถูกใช้เป็นหลักประกันรายได้โดยไม่ประเมินต้นทุนและตลาดของพื้นที่จริง
แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือเริ่มปลูกจำนวนจำกัด ทดลองระบบน้ำ ร่มเงา การดูแล และตลาดอย่างน้อยหลายรอบผลผลิต ก่อนขยายพื้นที่จำนวนมาก
แนวทางเพิ่มโอกาสให้สวนโกโก้ประสบความสำเร็จ
- ตรวจดินและน้ำก่อนปลูก
- เลือกพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้
- ติดต่อผู้รับซื้อก่อนลงต้น
- ทดลองปลูกในพื้นที่ขนาดเล็ก
- ออกแบบร่มเงาและแนวกันลม
- ทำระบบระบายน้ำ
- วางระบบน้ำสำรอง
- สร้างทรงพุ่มตั้งแต่ต้นอ่อน
- ตัดกิ่งกระโดงสม่ำเสมอ
- ตรวจโรคและแมลงทุกสัปดาห์
- เก็บผลเมื่อแก่เหมาะสม
- แยกผลเป็นโรคออกจากผลดี
- บันทึกการหมักแต่ละรอบ
- ตรวจความชื้นก่อนเก็บเมล็ด
- เก็บตัวอย่างเมล็ดแต่ละชุด
- คำนวณต้นทุนจริงต่อกิโลกรัม
- พัฒนาตลาดมากกว่าหนึ่งช่องทาง
- รวมกลุ่มเมื่อผลผลิตรายสวนไม่เพียงพอ
- สร้างข้อมูลย้อนกลับถึงแปลงปลูก
- ขยายพื้นที่เมื่อระบบเดิมทำกำไรได้จริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโกโก้
โกโก้เป็นไม้ยืนต้นหรือไม่?
โกโก้เป็นไม้ยืนต้นเขตร้อนขนาดเล็กถึงปานกลาง สามารถให้ผลผลิตได้หลายปีเมื่อได้รับการดูแลด้านน้ำ ร่มเงา ดิน และทรงพุ่มอย่างเหมาะสม
โกโก้ปลูกกี่ปีจึงออกผล?
ขึ้นอยู่กับพันธุ์และการดูแล โกโก้ลูกผสมชุมพร 1 มีข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรว่าสามารถเริ่มติดผลและเก็บเกี่ยวได้ประมาณปีที่ 2 แต่ผลจริงอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ตามสภาพสวน
โกโก้ชอบแดดหรือร่ม?
ต้นอ่อนต้องการร่มเงาและการป้องกันแดดจัด เมื่อโตขึ้นสามารถรับแสงได้มากขึ้น แต่ไม่ควรเปิดแดดรุนแรงทันที ต้องปรับร่มเงาตามอายุและสภาพพื้นที่
โกโก้ปลูกแซมมะพร้าวได้หรือไม่?
ปลูกได้ในบางระบบ และมีงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรเกี่ยวกับการปลูกโกโก้ร่วมกับมะพร้าว แต่ต้องจัดการแสง น้ำ ปุ๋ย และความหนาแน่นให้เหมาะกับทั้งสองพืช
โกโก้ทนน้ำท่วมได้หรือไม่?
ไม่เหมาะกับน้ำขังต่อเนื่อง เพราะรากอาจขาดอากาศและเกิดโรคได้ ควรทำระบบระบายน้ำก่อนปลูก
ควรใส่ปุ๋ยโกโก้สูตรใด?
ไม่มีสูตรเดียวเหมาะกับทุกสวน ควรอ้างอิงผลวิเคราะห์ดิน อายุของต้น จำนวนผล ระบบน้ำ และการปลูกเดี่ยวหรือปลูกร่วม
ต้องปลูกโกโก้หลายพันธุ์เพื่อช่วยผสมเกสรหรือไม่?
พันธุ์โกโก้มีระบบการผสมเกสรแตกต่างกัน และบางพันธุ์มีลักษณะผสมข้าม การมีความหลากหลายของต้นและแมลงผสมเกสรอาจช่วยในบางระบบ แต่ควรตรวจข้อมูลเฉพาะของพันธุ์ก่อนวางแผนแปลง พันธุ์ชุมพร 1 ถูกระบุว่ามีลักษณะการผสมแบบผสมข้าม
ผลโกโก้กินสดได้หรือไม่?
เยื่อสีขาวที่หุ้มเมล็ดสามารถรับประทานได้ แต่เมล็ดที่ใช้ผลิตโกโก้และช็อกโกแลตต้องผ่านการหมัก ตาก คั่ว และแปรรูปก่อน
ปลูกโกโก้แล้วขายให้ใคร?
ขึ้นอยู่กับพื้นที่ อาจขายให้ผู้รวบรวม โรงหมัก ผู้ผลิตช็อกโกแลต หรือแปรรูปเอง ควรหาผู้ซื้อและตกลงรูปแบบสินค้าก่อนปลูก ไม่ควรพึ่งคำรับซื้อที่ไม่มีเงื่อนไขชัดเจน
ขายผลสดหรือเมล็ดแห้งดีกว่ากัน?
ผลสดจัดการง่ายกว่าแต่มีน้ำหนักมากและมูลค่าต่อหน่วยต่ำกว่า ส่วนเมล็ดหมักแห้งมีโอกาสเพิ่มมูลค่า แต่ต้องลงทุนแรงงาน อุปกรณ์ และควบคุมคุณภาพ
ปลูกโกโก้เชิงการค้าควรเริ่มกี่ต้น?
ไม่มีจำนวนตายตัว ควรเริ่มจากแปลงที่สามารถดูแล เก็บเกี่ยว และทดลองตลาดได้จริง ก่อนขยายเมื่อทราบผลผลิต ต้นทุน และผู้รับซื้ออย่างชัดเจน
โกโก้กับคาเคาต่างกันหรือไม่?
ทั้งสองคำเกี่ยวข้องกับพืชชนิดเดียวกัน แต่ในทางการค้าอาจใช้คำว่า “Cacao” กับเมล็ดหรือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการน้อย และใช้ “Cocoa” กับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคั่วหรือแปรรูปแล้ว การใช้จริงแตกต่างตามผู้ผลิตและตลาด
สรุป
โกโก้เป็นไม้ยืนต้นเขตร้อนที่ปลูกเพื่อเก็บเมล็ดภายในผลไปหมัก ตาก และแปรรูปเป็นช็อกโกแลต ผงโกโก้ ไขมันโกโก้ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
การปลูกโกโก้ให้ได้ผลดีต้องให้ความสำคัญกับต้นพันธุ์ ร่มเงา น้ำ ระบบระบายน้ำ โครงสร้างดิน การตัดแต่งกิ่ง และการควบคุมโรค ไม่ควรเน้นเพียงจำนวนต้นหรือปริมาณปุ๋ย
จุดสำคัญที่สุดสำหรับการปลูกเชิงการค้าคือการวางแผนตลาดก่อนปลูก เพราะผลสด เมล็ดเปียก และเมล็ดหมักแห้งเป็นสินค้าคนละรูปแบบ มีต้นทุนและผู้ซื้อแตกต่างกัน
เกษตรกรควรตรวจสอบว่าผู้รับซื้ออยู่ที่ใด ต้องการคุณภาพแบบไหน มีปริมาณขั้นต่ำหรือไม่ และใช้วิธีคำนวณราคาอย่างไร หากต้องหมักและตากเอง ต้องมีอุปกรณ์ แรงงาน และความรู้เพียงพอที่จะรักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ
สำหรับผู้เริ่มต้น การทดลองปลูกในพื้นที่จำกัดและเก็บข้อมูลต้นทุน ผลผลิต คุณภาพเมล็ด และตลาดจริง เป็นแนวทางที่ปลอดภัยกว่าการขยายพื้นที่จำนวนมากตั้งแต่เริ่มต้น เพราะความสำเร็จของสวนโกโก้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปลูกให้ต้นออกผลเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยนผลผลิตให้เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการและจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องด้วยครับ
ติดต่อเรา | ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
- ที่อยู่: หมู่ที่ 7 บ้านเขาลำเหลน ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช 80130
- Facebook: บ้านสวนทรัพย์โอภาส
- โทรสอบถามได้ทันที
- 093 584 5418 (คุณแนน)
- 093 724 8344 (คุณโอภาส)
- LINE: @sapopas
- เว็บไซต์: www.sapopas.com
- แผนที่: บ้านสวนทรัพย์โอภาส (Sapopas)
